Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
4
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยปกติสูงกว่า 30 องศา แต่ในวันที่ร้อนจัดอุณหภูมิอาจขึ้นสูงจนทะลุ 40 องศาได้เลย เพราะเหตุนี้ตัวช่วยลดอุณหภูมิอย่างเครื่องปรับอากาศหรือ “แอร์” จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวไทย แต่แอร์นั้นก็มีข้อจำกัดในการใช้งานด้วยเหตุว่ามันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้(จริง ๆ ก็ทำได้แต่ค่อนข้างลำบาก) แต่ปัญหานี้จะหมดไปถ้าหากท่านเปลี่ยนมาใช้งานแอร์พกพา เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ท่านสามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น ว่าแล้วในครั้งนี้เราก็จะมารีวิวประโยชน์ของแอร์เคลื่อนที่ ความเย็นแบบพกพาที่คุณควรมีไว้



1. สามารถขยับและเคลื่อนย้ายได้
จุดเด่นที่สุดของแอร์แบบพกพาคือมันสามารถขยับเคลื่อนย้ายได้ ทำให้มันกลายเป็นตัวช่วยทำความเย็นเอนกประสงค์ ที่สามารถนำไปทำความเย็นได้ในหลาย ๆ โอกาส

2. ใช้งานในที่แจ้งหรือสถานที่เปิดได้
อีกประโยชน์ของแอร์พกพาก็คือมันสามารถนำมาใช้ลดอุณหภูมิในสถานที่กลางแจ้งหรือสถานที่เปิดได้ ขอเพียงแค่คุณมีปลั๊กไฟให้แอร์ก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

3. ให้ความเย็นได้ดีไม่แพ้แอร์ติดผนัง
แอร์พกพานั้นสามารถทำความเย็นได้ดีไม่แพ้แอร์ติดผนัง เนื่องด้วยประสิทธิภาพการทำงานของแอร์นั้นขึ้นอยู่กับค่าบีทียูของตัวเครื่อง ซึ่งแอร์พกพาก็สามารถมีค่าบีทียูสูง ๆ ได้เช่นกัน

4. ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย
ด้วยความที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งพื้น ทำให้แอร์พกพานั้นสามารถทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้ง่าย ต่างกับแอร์ติดผนังที่แค่จะล้างยังต้องปีนบันไดขึ้นไปทำความสะอาด

5. ราคาไม่แพงอย่างที่คิด
แอร์เคลื่อนที่ ราคาไม่แพงอย่างที่ใครคิด ด้วยว่าตลาดแอร์เคลื่อนที่นั้นมีการแข่งขันที่สูง ทำให้แต่ละยี่ห้อต้องแข่งขันกับแอร์ของเจ้าอื่น ๆ ส่งผลให้แอร์รุ่นใหม่ที่ออกสู่ตลาดมักจะมีคุณภาพดีขึ้นในราคาที่ถูกลง

6. มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย
แอร์พกพารุ่นใหม่ ๆ นั้น จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดการใช้งานต่าง ๆ ฟังก์ชั่นประหยัดพลังงาน ฟังก์ชั่นการควบคุมด้วยรีโมท หรือแม้แต่ฟังก์ชั่นสั่งการด้วยเสียงก็ยังมีให้เห็น เช่นกัน

7. มีหลายรุ่นหลายเกรดให้เลือกสรร
ในปัจจุบันแอร์พกพาเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้บริษัทแอร์ทั้งหลายต้องผลิตสินค้ารุ่นใหม่ ๆ กันออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าตัวเลือกของผู้บริโภคก็จะมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยในปัจจุบันมีแอร์พกพาหลากหลายรุ่นหลากหลายเกรดให้เลือกสรรได้ตามความต้องการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/APP0104
5
น้ำยาปรับอากาศ เป็นตัวช่วยบำบัดอากาศที่ทุกบ้านควรมีไว้ ก็เพราะว่านอกจากจะช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้หายไปแล้ว น้ำยาบางชนิดยังทำหน้าที่กำจัดแบคทีเรียและสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นได้อีกด้วย โดยน้ำยาปรับอากาศที่มีการผลิตออกมานั้นมีด้วยกัน 3 ชนิด คือ เจลปรับอากาศ น้ำหอมปรับอากาศ และสเปรย์ปรับอากาศ โดยในวันนี้เราก็จะมารีวิวตัวช่วยปรับอากาศทั้ง 3 ชนิดว่าแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไรและมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ถ้าอยากทราบแล้วก็ตามมาดูกันได้เลย

1. เจลปรับอากาศ



เจลปรับอากาศหรือที่หลายคนนิยมเรียกว่าเจลดับกลิ่น น้ำหอมปรับอากาศที่มาในรูปแบบก้อน เป็นตัวช่วยปรับอากาศแบบกระจายกลิ่น เพียงแค่คุณวางเจลปรับอากาศไว้ตามที่ต่าง ๆ อาทิ ในห้องนอน ห้องน้ำ หรือห้องนั่งเล่น หรือในรถยนต์ กลิ่นของเจลก็จะค่อย ๆ กระจายสร้างความหอมไปทั่วห้อง ต้องบอกว่าเจลปรับอากาศนั้นเป็นตัวช่วยเอนกประสงค์ราคาถูกที่นอกจากจะช่วยสร้างกลิ่นหอมแล้ว ยังสามารถบำบัดอากาศ และช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย หากจะพูดถึงข้อเสียของเจลปรับอากาศก็คงจะเป็นระยะของกลิ่นหอมที่ไม่ค่อยกว้าง และมีอายุการใช้งานแค่ราว ๆ 1 เดือนเท่านั้น

2. สเปรย์ปรับอากาศ



สเปรย์ปรับอากาศ คือน้ำหอมปรับอากาศที่ถูกนำมาบรรจุกระป๋องและใช้งานในรูปแบบของสเปรย์ มีคุณสมบัติในการบำบัดอากาศ กำจัดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ ช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ให้ห้องมีกลิ่นหอมสดชื่น จุดเด่นคือใช้งานง่ายแค่เขย่ากระป๋องแล้วฉีด สามารถใช้บำบัดอากาศได้อย่างทันท่วงที และใช้ได้กับทุกที่ทุกห้องแบบไม่จำกัดระยะไม่ว่าจะห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ หรือรถยนต์ ข้อเสียคือราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งเวลาฉีดออกมาจะเป็นละออกฟุ้งในอากาศจึงไม่เหมาะกับคนที่มีอาการแพ้สารเคมี

3. น้ำหอมปรับอากาศ



น้ำหอมปรับอากาศเป็นตัวช่วยบำบัดอากาศแบบกระจายกลิ่นเหมือนกันกับเจล แค่เพียงเปิดฝาและตั้งทิ้งไว้ตามห้องต่าง ๆ ก็จะสร้างกลิ่นหอม ช่วยบำบัดอากาศ และช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตามน้ำหอมปรับอากาศจะต่างกับเจลปรับอากาศตรงที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบก้อนเจล แต่จะเป็นน้ำหอมระเหยที่ให้กลิ่นที่เข้มข้นกว่าทำให้ไม่เหมาะจะใช้ในห้องแคบ ๆ เพราะว่าอาจทำให้กลิ่นแรงจนเกินไป นอกจากนี้ข้อดีอีกอย่างของน้ำหอมปรับอากาศที่เหนือกว่าเจลปรับอากาศ คือมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนาน ซึ่งก็แลกมากับราคาที่แพงกว่านั่นเอง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/HHP0101
7
สว่านแบตหรือสว่านไร้สาย เป็นเครื่องมือช่างเอนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลายทั้งงานเจาะ งานซ่อม ประกอบยึดติด หรืองาน DIY ทั่ว ๆ ไป ด้วยขนาดที่กระทัดรัด พกสะดวก อีกทั้งยังใช้งานง่าย จึงทำให้สว่านประเภทนี้เป็นที่นิยมในหมู่ช่างทั้งหลาย อย่างไรก็ตามสว่านไร้สายในท้องตลาดนั้นมีให้เลือกซื้อเลือกหากันหลากหลายรุ่นหลากหลายแบรนด์ จนเพื่อน ๆอาจจะไม่ทราบว่าควรจะซื้อสว่านยี่ห้อไหนดี คราวนี้เราก็จะมารีวิวสว่านแบตไร้สายคุณภาพเยี่ยม 4 รุ่น 4 ยี่ห้อ พร้อมทั้งบอกจุดแข็งของแต่ละรุ่น ถ้าอยากทราบว่าจะมีสว่านของแบรนด์อะไรบ้างก็ตามมาดูกันได้เลย

1. สว่านไร้สาย MAKITA DF333DWYE
ราคาขายรวมแบตเตอรี่และแท่นชาร์จอยู่ที่ 3,630 บาท



สว่านไร้สาย makita DF333DWYE สว่านคุณภาพมาตรฐานระดับสากล กำลังไฟฟ้า 12 โวลต์ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพใช้ได้กับทั้งงานไม้ งานเหล็ก งานซ่อม และงาน DIY ทั้งหลาย ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก จัดเก็บง่าย ด้ามจับกระชับมือง่ายต่อการใช้งาน สามารถระบายความร้อนได้ดี และมีการการันตีสินค้านานถึง 6 เดือน

2. สว่านไร้สาย STANLEY SCH121S2-B1
ราคารวมแบตเตอรี่และแท่นชาร์จอยู่ที่ 2,890 บาท


STANLEY SCH121S2-B1 สว่านไร้สายเอนกประสงค์ สินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับสากลในราคาจับต้องได้ สามารถตอบโจทย์ทุกงานช่างทั้งงานเจาะทั่วไป จนถึงงานประกอบยึดติด ตัวสว่านถูกดีไซน์ออกมาให้ใช้งานง่าย ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้พกพาสะดวก สามารถใช้งานในพื้นที่แคบได้อย่างสบาย มีช่องระบายอากาศช่วยในการระบายความร้อน มั่นใจในการใช้งานได้อย่างเต็มที่ด้วยประกันยาวนานถึง 2 ปีเต็ม

3. สว่านไร้สาย BOSCH GSR120-LI
ราคาจำหน่ายรวมแบตเตอรี่และแท่นชาร์จอยู่ที่ 2,990 บาท


BOSCH GSR120-LI สว่านคุณภาพมาตรฐานจากโรงงาน กำลังไฟฟ้า 12 โวลต์ ราคาประหยัด เป็นเครื่องมือเอนกประสงค์ช่วยให้ทำงานง่าย งานเสร็จเร็ว อีกทั้งยังทำได้หลายหลายทั้งงานช่าง งานไม้ งานเหล็ก หรืองาน DIY ต่าง ๆ ตัวสว่านถูกออกแบบโดยคำนึงถึงสรีระและการใช้งาน แต่จะเน้นไปที่ขนาดกะทัดรัด เพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน สามารถมั่นอกมั่นใจในการใช้งานด้วยการรับประกันสินค้า 6 เดือน ตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนด

4. สว่านไร้สาย HYUNDAI HD-BD685
ราคาขายรวมแบตเตอรี่และแท่นชาร์จอยู่ที่ 1,590 บาท


HYUNDAI HD-BD685 สว่านไร้สายราคาไม่แพง กำลังไฟ 12 โวลต์ ผลิตจากพลาสติกคุณภาพดีมาตรฐานจากโรงงาน สามารถทนความร้อนสูงและไม่ติดไฟ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก สะดวกต่อการใช้งานรวมถึงการจัดเก็บ ด้ามจับออกแบบตามหลักสรีระ ช่วยให้จับง่ายและจับถนัดกระชับมือยิ่งขึ้น มั่นใจไร้กังวลด้วยการรับประกันสินค้ายาวนานถึง 6 เดือน

เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/TOO110503
8
เตาปิ้งย่างหรือเตาหมูกระทะไฟฟ้า เป็นเตาที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานภายในบ้านโดยเฉพาะ ด้วยความที่ใช้งานง่าย และยังมีราคาถูก ๆทำให้ได้รับความนิยมมากในยุคปัจจุบันนี้ ว่าแล้ววันนี้เราก็จะมารีวิวประโยชน์ของการมีเตาปิ้งย่างไฟฟ้าไว้ติดบ้าน ถ้าอยากรู้ว่าจะมีอะไรบ้างก็ตามมาดูกันได้เลย



1. ควันน้อย กินในบ้านได้
เตาปิ้งย่างไฟฟ้าเป็นเตาอุณหภูมิสูง ร้อนเร็ว และควันน้อยทำให้สามารถใช้ปรุงอาหารรับประทานกันในบ้านได้ โดยไม่ต้องมีเครื่องดูดควันขอแค่คุณเปิดหน้าต่างเพื่อระบายกลิ่นของอาหารไม่ให้ติดบ้านเท่านี้ก็สามารถเอนจอยกับมื้ออาหารกันได้ทั้งครอบครัว

2. ประหยัดกว่าการไปกินที่ร้านอาหาร
แน่นอนว่าอาหารที่ทำกินเองก็ย่อมต้องประหยัดกว่าการไปกินที่ร้าน ซึ่งมีการบวกกำไรและค่าบริการเพิ่มเข้ามาด้วย นอกจากนี้การทำปิ้งย่างกินเองที่บ้านยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันที่ใช้เดินทางไปร้านอาหารอีกต่างหาก

3. มีความเป็นส่วนตัว
การมีกระทะปิ้งย่างไว้ที่บ้านจะทำให้มื้ออาหารของคุณ ๆมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะเป็นการรับประทานอาหารร่วมกันเฉพาะกับคนในครอบครัวหรือกับเพื่อน ๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถกินปิ้งย่างพร้อมกับทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น การดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรืออะไรก็ได้ตามใจ เพราะคุณอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวนั่นเอง

4. มั่นใจในคุณภาพของอาหาร
การทำปิ้งย่างกินเองที่บ้านจะทำให้คุณ ๆสามารถมั่นใจในคุณภาพของอาหารมากขึ้น เพราะคุณเป็นคนเตรียมวัตถุดิบและปรุงเองกับมือ

5. พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก
เตาปิ้งย่างไฟฟ้านั้นมีขนาดกระทัดรัดและน้ำหนักเบา ทำให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ว่าคุณจะไปออกทริป ตั้งแคมป์ เดินป่า ปิคนิค หรือไปท่องเที่ยวทะเล หรือแค่ไปนั่งเล่นห้องเพื่อน ถ้าหากคุณมีเตาปิ้งไฟฟ้าไปด้วยก็สามารถจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างได้ทันที

6. เป็นการสานสัมพันธ์กันในครอบครัว
ถ้าคุณมีเตาปิ้งไฟฟ้าไว้ติดบ้านก็จะเป็นการสร้างโอกาสให้ครอบครัวได้กินข้าวร่วมกันบ่อยมากขึ้น กินไปสนทนากันไป นับเป็นการสานสัมพันธ์กันในครอบครัวและช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานให้อาหารอร่อยขึ้น

7. มีความปลอดภัยมากกว่าการใช้เตาย่างที่ใช้แก๊ส
เตาย่างไฟฟ้านั้นปลอดภัยกว่าเตาย่างที่ใช้แก๊สที่ต้องคอยเปลี่ยนกระป๋องแก๊สบ่อย ๆ อีกทั้งเตาย่างไฟฟ้าคุณภาพดี ๆ ยังมีระบบนิรภัยที่จะทำการตัดไฟเมื่ออุณหภูมิของเตาร้อนจนเกินไปอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/APP0807
Pages: [1] 2 3 ... 10